การสูญเสีย คอลลาเจน น่าเสียดายที่เราพบข้อเท็จจริงว่าคนเราเมื่อมีอายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจน จะเริ่มเสื่อมสภาพลง เพราะอัตราการสังเคราะห์ คอลลาเจน colly pink ใต้ผิวหนังในชั้นหนังแท้จะลดลงถึง 1.5% ต่อปีและเป็นความโชคร้ายที่จะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หรือที่เป็นปัญหาเรื่องแก่ก่อนวัยของสาวๆ ซึ่งอัตราการลดลงของ คอลลาเจน ในผิวหนังนั้นจะมีผลให้ผิวพรรณค่อยๆสูญเสียความชุ่มชื้น ยุบตัวลง ผิวที่เคยสวยเต่งตึง ก็จะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและสัญญาณของความร่วงโรยจะค่อยๆ เริ่มขึ้นเมื่ออายุ 30 ปีผิวจะเริ่มหย่อนคล้อยยิ่งอายุเพิ่มขึ้นสัญญาณของความร่วงโรยก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัวดังนี้ กราฟแสดงอัตราการเริ่มสูญเสีบคอลลาเจนเมื่ออายุ25 ปีขึ้นไป อายุ 30-39 ปี ผิวจะเริ่มมีรอยย่นบางๆ ทอดยาวบริเวณหน้าผาก มีริ้วรอยเล็กๆใต้ขอบตาล่าง และหางตาจะเห็นชัดเวลายิ้มและมีรอยย่นตรงระหว่างคิ้วซึ่งจะเห็นชัดเวลานิ่วหน้ามีริ้วรอยบางๆที่ร่องแก้มจากจมูกจนถึงเหนือริมฝีปาก อาจเกิดไฝ กระ ฝ้าทั้งแบบลึกและตื้นขนาดของรูขุมขนจะเห็นชัดขึ้น อายุ 40-49 ปี รอยย่นบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว ใต้ขอบตาล่างและหางตาเห็นชัดเจนมากขึ้นรอยย่นข้างแก้มและร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนจดมุมปาก มีฝ้าชนิดลึกมากขึ้นสภาพผิวเริ่มแห้งมีรูขุมขนใหญ่และเริ่มจะเป็นสิวอีกครั้งมีติ่งเนื้อขึ้นกระจัดกระจายเป็นตุ่มเล็กๆสีน้ำตาลภาวะนี้เรียกว่าวัยเริ่มตกกระ อายุ 50-64 ปี ผิวจะมีสภาพเหมือนกับวัย 40-49 ปี แต่จะมีรอยย่นตามร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนถึงบริเวณใต้มุมปาก มีฝ้าเกิดขึ้นและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น อายุ 65 ปี ขึ้นไปผิวหนังหยาบกร้าน มีริ้วรอยทั่วหน้า ริมฝีปากบางมีรอยย่นเหนือริมฝีปากส่วนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆคล้ายกับวัย 50-64 ปี ดังนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคนโดยที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ และรักษาผิวไว้ให้ดูดีให้นานที่สุดได้เช่นเดียวกัน
โดยการใช้ สารสกัดโปรตีน คอลลาเจน เพื่อทดแทน คอลลาเจน ที่สูญเสียไป นอกจากนี้ การรับประทานนั้นยังเป็นการนำ คอลลาเจน เข้าไปเสริมสร้างทั้งส่วนของผิวหน้าและผิวพรรณทั่วร่างกายโดยผลการวิจัยด้านโภชนาการได้ค้นพบว่า การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบของสารที่สกัดจากโปรตีนของปลาทะเลน้ำลึกบางประเภท (ที่มีโครงสร้างทางโมเลกุลคล้ายกับโครงสร้าง คอลลาเจน ของผิวคนเรา) โดยวิธีการ Enzymatic Hydrolysis เป็นประจำอย่างต่อเนื่องนั้น สามารถช่วยเสริมสร้าง คอลลาเจน ที่สูญเสียไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยปกป้องและชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้งกระด้าง ช่วยให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น นุ่มนวลคงความยืดหยุ่นของผิวไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเล็บและเส้นผมให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย บุคคลใดควรรับประทาน คอลลาเจน คอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษา ความอ่อนเยาว์และบำรุงผิวพรรณที่ถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพลง เนื่องจากวัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหญิงและชายที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปและควรศึกษาคำเตือนบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนการรับประทาน แต่พอเราอายุมากขึ้น คอลลาเจน (Collagen) และ อิลาสติน (Elastin) ก็จะลดน้อยลงไป เนื่องจาก อนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่เกิดจาก หลายๆ อย่างรอบๆ ตัวเราเนี่ยแล่ะค่ะ ทั้ง แสงแดดจ้า อาหารการกิน ควันพิษ ควันบุหรี่ รวมไปถึงปัจจัยภายในร่างกายของเรา เช่นระบบการทำงานที่ผิดพลาดของเซลล์ ที่ทำให้เกิด อนุมูลอิสระ (Free Radical) นั่นคือ มีทั้งปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายในร่างกายของเรา ที่ทำให้ คอลลาเจน (Collagen) และ อิลาสติน (Elastin) ลดน้อยลงไป โดยถึงแม้เราจะ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่เจอแสงแดด ไม่ไปยุ่งกับคนที่สูบบุหรี่ หรือ ไปออกไปเจอควันพิษ ตามท้องถนน เราก็ยังคงแก่ลงได้ เพราะยังมีปัจจัยภายในนั่นเองค่ะ ซึ่งผลของ อนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่มาทำให้ คอลลาเจน (Collagen) และ อิลาสติน (Elastin) ใต้ผิวหนังเราลดน้อยลงไป ก็คือ ผิวเราก็จะมีริ้วรอย เหี่ยวย่น หยาบกระด้างไม่ยืดหยุ่น นั่นเองพอรู้แบบนี้แล้วเพื่อนๆ คงอยากไปหาซื้อ ผลิตภัณฑ์สูตรผสม คอลลาเจน (Collagen) ต่างๆ มาทานกันเลยใช่มั้ยคะ อิอิ แต่ที่ VISA บอกไปเมื่อตอนต้นว่า จากบทความที่ VISA อ่านมาแล้วคิดเหมือนกัน ก็คือ ถ้าเราไปอ่านฉลากข้างขวดจริงๆแล้ว หลายๆ ตัว จะมีส่วนผสมอยู่ไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำค่ะ แค่เค้าผสมเข้าไปเพื่อตามกระแสเท่านั้นเองค่ะ แล้วคราวนี้เราจะกินอะไรดีล่ะคะ เพื่อให้ ผิวสวย สดใส อยู่ตลอดเวลา
